Healthcare

การชะลอการเสื่อมของข้อและกล้ามเนื้อ

ไซโตไคน์ ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยบ่งชี้ความรุนแรงของโรคข้อเสื่อมในผู้สูงวัย  คาดว่าจะช่วยวางแผนติดตามการรักษาและลดความรุนแรงของโรค  การเสื่อมสภาพของข้อและกล้ามเนื้อจะพบในผู้สูงวัย  สังเกตได้จากการเดินช้าลง  การขึ้นลงบันไดลำบาก และมีเสียงจากในข้อหรือมีอาการเจ็บร่วมด้วย  งานวิจัยของคณะแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ไซโตไคน์บางตัวมีส่วนทำให้เกิดโรคข้อเสี่อม และการดำเนินโรครุนแรง


การเสื่อมของข้อมาจากคุณภาพของกระดูกอ่อนในข้อต่อเสื่อมลงตามวัย  เกิดได้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และอาการจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ  และตัวเร่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ น้ำหนักตัวที่เกินปกติ  โดยสตรีมีโอกาสเป็นโรคข้อเสื่อมมากกว่าชาย 2-3 เท่า  เนื่องจากสตรีเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน  ฮอร์โมนในร่างกายที่กระตุ้นเซลต่าง ๆ ก็จะลดลง ส่งผลให้คุณภาพของกระดูกอ่อนแย่ลง 


ความรุนแรงของการเสื่อมมของข้อ แตกต่างตามระยะ  คือ ระยะแรก อาจจะมีอาการเจ็บบ้าง โดยเฉพาะเวลาเดิน ยืนนาน และขึ้นลงบันได  อาจมีอาการข้อฝืด มีเสียงดัง  ต่อมาจะทำให้เดินได้ไม่ไกลต้องพักเป็นช่วง ๆ จากอาการเจ็บหรือฝืด  และระยะสุดท้าย จะมีการเปลี่ยนสภาพของข้อ ทำให้เหยียดงอได้ไม่เต็มที่  การเสื่อมนี้ไม่จำเป็นจะต้องเท่ากันทั้งสองข้าง  บางข้างอาจจะมีอาการมากกว่า


การรักษาทั่วไป  จะเริ่มจากการควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม เพื่อลดแรงที่กระทำต่อข้อ  การลดการนั่งขัดสมาธิ คุกเข่า  นั่งยอง ๆ จากนั้นก็จะเป็นการบริหารกล้ามเนี้อในบริเวณนั้น  เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมาช่วยลดแรงกระแทก  การประคบน้ำร้อนเป็นบางเวลา อาจจะช่วยลดอาการปวดได้บ้าง  การออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ  ปั่นจักรยานเบา ๆ  การทานยาในกลุ่มยาแก้ปวด และการลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์  ร่วมกับการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงข้อ  และถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะเป็นการฉีดยา  ซึ่งมีทั้งการฉีดน้ำไขข้อเทียม  การฉีดเกล็ดเลีอดเข้มข้นของผู้ป่วยเข้าไปในข้อเพื่อช่วยลดการอักเสบ  บางคนอาจจะใช้การฝังเข็ม หรือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงมาช่วยบรรเทาอาการปวดได้  ก่อนที่จะไปสู่การรักษาที่เป็นการผ่าตัด  ซึ่งจะเริ่มด้วยการส่องกล้องล้างข้อ เอาเศษกระดูกอ่อนที่แตก หรือหลุดออก  การผ่าตัดแก้ไขแนวกระดูก จนถึงการเปลี่ยนข้อเทียม


ที่น่าสนใจ คือ การเสริมวิตามิน D2 ในผู้ป่วยข้อเสื่อม ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีผลการตรวจวัดระดับวิตามินดีในร่างกายต่ำกว่า 30 นาโนกรัมต่อมิลิลิตร ทานวิตามิน D2 20,000 unit/เม็ด สัปดาห์ละ 2 เม็ด เป็นเวลา 6 เดือน จะช่วยสร้างกระดูก และช่วยเสริมธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสเฟตในกระดูก  และยังช่วยฮอร์โมนพาราไทรอยด์ในการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้ ทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น  และยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และทำงานได้ดีขึ้น


วิตามิน E โดยทาน 40-200 IU/วัน ทานติดต่อกัน 2 เดือน จะช่วยให้อาการเจ็บปวดที่ข้อลดลง และการทำงานของข้อดีขึ้น  แต่ทั้งหมดนี้ควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์ เพราะจะต้องปรับตามวัยและภาวะร่างกายของแต่ละคน


ไซโตไคน์ เป็นสารโปรตีนที่หลั่งออกมาจากเซลที่อักเสบภายในข้อ กระตุ้นให้เซลกระดูกอ่อนหลั่งสารอื่นออกมา เช่น สารช่วยในการสร้าง และสลายกระดูกอ่อน  การมีไซโตไคน์ที่ไม่สมดุลจะทำให้เกิดการสลายกระดูกอ่อนให้เสื่อมสภาพเร็ว ทำให้ข้อเสื่อมได้มากขึ้น  ดังนั้นการวัดระดับไซโตไคน์หลังผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดข้อเสื่อม  จะช่วยบ่งการเกิดผลแทรกซ้อนจากการติดเชื้ออักเสบ  เพื่อช่วยในการพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะจนระดับสารนี้กลับมาใกล้เคียงปกติ


การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ  โดยหลังจากอายุ 40 ปี มวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง 1-2 % ต่อปี  และหลังจากอายุ 50-60 ปี ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะลดลง 1.5 % ต่อปี และลดลงเร็วขึ้นตามอายุที่มากขึ้น เป็นภาวการณ์สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (Sarcopenia) หรือลดลงประมาณ 8 % ในทุก 10 ปี จะเห็นชัดประมาณ 65 ปี 
สัญญาณบ่งบอกภาวการณ์สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ คือ ทรงตัวได้ไม่ดี  ลุกนั่งลำบาก เหนื่อยง่าย  น้ำหนักตัวลดลงอย่างสังเกตชัด  อาจมีอาการหกล้มบ่อย


การเสริมโปรตีมโดยผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี ควรได้รับบโปรตีนอย่างน้อย 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมทุกวัน  หรือประมาณ 40-60 กรัมต่อวัน เพื่อลดการสูญเสียกล้ามเนื้อ และการเลือกโปรตีน ได้แก่

 
Whey protein ซึ่งเป็นโปรตีนสูง ไขมันต่ำ คาร์โบไฮเดรตต่ำ  เป็นโปรตีนที่ดูดซึมเข้าร่างกายได้รวดเร็ว ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดี ซ่อมแซมส่วนสึกหรอได้มีประสิทธิภาพ


Casein เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ พบในนม ร่างกายดูดซึม และนำไปใช้อย่างช้า ๆ ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ


Soy protein เป็นโปรตีนจากถั่วเหลือง มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย  ไร้ไขมัน และคอเลสเตอรอล เหมาะกับผู้สูงวัยที่ต้องการควบคุมคอเลสเตอรอล
HMB beta hydroxy methylbutyric acid เป็นสารสังเคราะห์จาก leucine ที่พบในกล้ามเนื้อ  เป็นสารที่พัฒนาในวงการวิทยาศาสตร์การกีฬา โดย HMB จะเสริมสร้างการฟื้นตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยังชะลอการสลายตัวของกล้ามเนื้ออีกด้วย  โดยควรทานประมาณ 1.5 กรัมต่อวัน  และอาหารที่จะพบ HMB นี้จะพบใน ไข่ไก่  เนื้ออกไก่ และอโวคาโด และทานได้จากนม Ensure Gold


ที่สำคัญ คือ จะต้องมีการออกกำลังกายด้วย  ซึ่งการออกกำลังกายจะต้องมีทั้งการออกกำลังกายที่เพิ่มความทนทานที่เรียกว่า Cardiovascular exercise และการออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง หรีอ Strengthening exercise ซึ่งมักจะเป็นการออกกำลังกายที่ต้องยกน้ำหนัก และมีการเพิ่มน้ำหนักเพิ่มขึ้น  แต่สำหรับคนสูงวัยอาจจะต้องฝึกเรื่องการประสานงาน และการทรงตัวด้วยเพื่อลดความเสี่ยงการลม ที่เรียกว่า co-ordination exercise  รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ  โดยมีวันหยุดพัก เพื่อให้กล้ามเนื้อมีโอกาสฟื้นตัวจากการบาดเจ็บในการออกกำลังกาย

1483 1

บทความที่เกี่ยวข้อง