
Aegle marmelos
Aegle marmelos (L.) Corr.(ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Belou marmelos (L.) Lyons, Bilacus marmelos (L.) Kuntze, Crateva marmelos L., Feronia pellucida) จัดอยู่ในวงศ์ Rutaceae
- กระทันตาเถร(ปัตตานี)
- มะปิน (ภาคเหนือ)
- ตุ่มเต้ง (ปัตตานี)
- ตูม (ปัตตานี)
- มะปีส่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
1. ผลดิบแห้ง แก้ท้องเสีย แก้บิด
2. ผลสุก เป็นยาระบาย ช่วยย่อยอาหาร
3. ใบสด คั้นน้ำกินแก้หลอดลมอักเสบ
4. แก่น แก้ท้องอืดท้องเฟื้อ ช่วยเจริญอาหาร
5. ดอก เป็นยาอายุวัฒนะ รักษาโรคกระเพาะ เป็นยาระบาย
6. ราก แก้พิษไข้ หืดหอบ ไอ แก้ไข้ตัวร้อน ขับปัสสาวะ
5. เปลือกราก-ต้น รักษาไข้มาลาเรีย แก้บิด
ตำรายาไทย ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2562 (บัญชียาจากสมุนไพร) ผลมะตูมเป็นส่วนประกอบใน
ตำรับยาตรีเกสรมาศ ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาบำรุงธาตุปรับธาตุ โดยในตำรับยา 90 กรัม ประกอบด้วย เปลือกฝิ่น
ต้นเกสรบัวหลวง และผลมะตูมอ้อน อย่างละ 30 กรัม มีข้อบ่งใช่ในการแก้อาการอ่อนเพลีย ปรับธาตุในผู้ป่วย
ที่เพิ่งฟื่นจากการเจ็บป่วย เช่น ไข้ ท้องเสีย ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ชงน้ำร้อน 120-200
มิลลิลิตร ดื่มขณะยายังอุ่น วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน นอกจากนี้ ผลมะตูมยังเป็นส่วน
ประกอบในพิกัดยาตรีผลสมุฏฐาน ซึ่งประกอบด้วย ผลของสมุนไพร 3 ชนิด ได้แก้ มะตูม ยอ และผักชีล
มีสรรพคุณแก้สมุฏฐานแห่งตรีโทษ ขับลมต่างๆ แก้โรคไตพิการ
การวิจัยพรีคลินิก พบว่า ผลมะตูมมีฤทธิ์
- ฤทธิ์ต้านท้องเสีย โดยออกฤทธิ์ดีต่อเชื้อ Shigella boydii, S. sonnei, S. flexneri และออกฤทธิ์ ปานกลาง
ต่อเชื้อ S. dysenteriae
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ใน Sprague Dawley rat ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบโดยการฉีดคาราจีแนนเข้าที่
อุ้งเท้า
- ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน สารสกัดน้ำจากผลมะตูมมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันเมื่อทดสอบด้วยวิธี DPPH radical
scavenging
- ฤทธิ์ต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย โดยมีฤทธิ์ต้าน Aspergillus niger, A. fumigatus, Candida
albicans และ Staphylococcus aureus ด้วยค่า MIC เท่ากับ 19.5, 39, 625 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และ
1.25 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ
- มะตูมมีผลลดน้ำตาลในเลือด ควรระวังในผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือผู้ป่วยเบาหวานที่คุมน้ำตาลได้ดีอยู่แล้วจากการกินยาลดน้ำตาลในเลือด
- ไม่แนะนำให้ใช้ในรายที่วางแผนจะมีบุตร ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
- มะตูมมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Cytochrome P450 ชนิด CYP3A4 และCYP1A2 ทั้งในส่วนของสารสกัดเมทานอลและสาระสำคัญ จึงควรระมัดระวังการใช้ยาในกลุ่มที่ต้องใช้เอนไซม์กลุ่มนี้ ในการกำจัดยาออกจากร่างกาย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาและสมุนไพร
1.ละโวทยานสมุนไพร โรงพยาบาลอานันทมหิดล “มะตูม”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ananhosp.go.th/สมุนไพร/ 3.13%20กลุ่มบำรุงกำลัง%20บำรุงร่างกาย%20บำรุงธาตุ/7%20มะตูม.html
2. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.medplant.mahidol.ac.th/pharm/botanic.asp?bc=0511&kw=%C1
3. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “มะตูม”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.thaicrudedrug.com
4. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.“มะตูม”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=700