
Kaempferia parviflora
Kaempferia parviflora Wallich. ex Baker..(ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Anethum K. rubromarginata (S.Q. Tong) R.J. Searle, Stahlianthus rubromarginatu) จัดอยู่ในวงศ์ Zingiberaceae
- ว่านจังงัง
- ว่านพญานกยูง
- ว่านกั้นบัง
- ว่านกำบัง
- ว่านกำบังภัย
- กะแอน
- ระแอน (ภาคเหนือ)
- ขิงทราย (มหาสารคาม)
1. ใช้บำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยและอาการเหนื่อยล้า
2. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เป็นยาอายุวัฒนะ (เชื่อว่าช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศชาย)
3. ขับลม
4. แก้จุกเสียด แก้ปวดท้อง
5. แก้โรคมดลูกพิการ มดลูกหย่อน
6. แก้โรคตานซางในเด็ก
ตามตำรับยาไทยใช้เหง้ากระชายช่วยขับลม กระชายดำ (Black Ginger) เป็นหนึ่งในสี่ของสมุนไพรที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและภาคีเครือข่ายคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือสมุนไพรต้นแบบ
เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพสูงในเชิงพาณิชย์ ได้รับความนิยมเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ตำรายาพิเศษของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
ตำรายาพิเศษกล่าวถึงยาขนานนี้ เช่น ยาอายุวัฒนะ ตำราแก้ลมในท้อง ตำราแก้กษัย แก้อาการไม่มีแรง
ยาหยอดยา การปรุงยานัตถ์ ยาพอกฝี ยาแก้ริดสีดวง แก้พิษอสรพิษ เป็นต้น
นิยมใช้ กระชายดำ (Black Ginger) ในปัจจุบันนี้จะพบเห็นผลิตภัณฑ์ของกระชายดำวางจำหน่ายในท้องตลาดหลากหลาย เช่น อาหารและเครื่องดื่ม กระชายดำผง ชากระชายดำ ไวน์กระชายดำ กาแฟกระชายดำ ลูกอมกระชายดำ ด้านความงาม เช่น สบู่ น้ำมันนวดตัวกระชายดำ มาร์กพอกหน้ากระชายดำ น้ำมันหอมระเหยกระชายดำ
ส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น สารสกัดกระชายดำ แคปซูลกระชายดำ ยาน้ำกระชายดำ ยาหม่องกระชายดำ เจลกระชายดำ แผ่นแปะกระชายดำ
การรับประทานติดต่อกันนาน อาจทำให้เหงือกร่น และห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับ และในเด็ก การรับประทานในขนาดสูง ทำให้เกิดอาการใจสั่นได้
1.ละโวทยานสมุนไพร โรงพยาบาลอานันทมหิดล “กระชายดำ”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ananhosp.go.th/สมุนไพร/ 3.1.4%20กลุ่มรักษาโรคบิดท้องร่วง/5%20กระชายดำ.html
2. Chan GC, Tang SF. Parental knowledge, attitudes and antibiotic use for acute upper respiratory tract infection in children attending a primary healthcare clinic in Malaysia. Singapore Med J. 2006;47:266–70.
3. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “กระชายดำ”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.thaicrudedrug.com
4. หนังสือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เรื่อง “Thai Herbal Pharmacopoeia 2017” หน้า235-242